ดำน้ำ...ไม่ยากอย่างที่คิด
Main Menu
Home
Course
About us

Certification by:

อุปกรณ์ดำน้ำ

 
Error Number: 2 [Warning]
Error Message: date(): It is not safe to rely on the system's timezone settings. You are *required* to use the date.timezone setting or the date_default_timezone_set() function. In case you used any of those methods and you are still getting this warning, you most likely misspelled the timezone identifier. We selected 'Asia/Bangkok' for 'ICT/7.0/no DST' instead
In File: /home/sporttime/domains/sporttime.co.th/public_html/exoops/modules/sections/index.php
On Line: 225

สมบัติใต้ทะเล
Published by: Sporttime , On: Nov-02-2004

รวบรวมจากเรื่อง สมบัติใต้ทะเล ใน webboard ของ Sport Time เขียนโดย เรือเอก สุวี เผ่าทองสุข รน.จากหน่วยปฎิบัติการใต้น้ำ กองทัพเรือ

...นานมาแล้ว ในน่านน้ำไทยเมื่อประมาณ 500 ปีก่อน รัชสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีการติดต่อค้าขายกันระหว่างสยามประเทศ และต่างชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จีน อาหรับ ฮอลันดา ฯลฯ เส้นทางทะเลในอ่าวไทยจึงเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ที่เรือสำเภา ซึ่งเป็นเรือสินค้าเดินทางไปมาหาสู่กัน และแน่นอนว่า การเดินทางสมัยนั้นต้องอาศัยกระแสลมประจำทิศและฤดูกาลในการนำเรือใบ หากสภาพคลื่นลมไม่สงบ เกิดพายุ เรือเหล่านั้นก็ถูกคลื่นซัดจมไปใต้ห้วงนทีอันลึกล้ำ เหลือเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้เราคนรุ่นหลังได้ค้นคว้าศึกษากันต่อไป...

...จากข้อมูลของเรือตังเกที่วิ่งลากอวนอยู่ในทะเลกลางอ่าวไทย และได้มีวัตถุโบราณเช่น ถ้วย ชาม ไห ติดอวนขึ้นมาด้วย ทำให้นักโบราณคดีใต้น้ำ ต้องเดินทางมาสำรวจเพื่อเก็บข้อมูลดังกล่าว เมื่อทราบพิกัดคร่าว ๆ แล้ว ทีมงานทั้งของ ทร. และกรมศิลปากรก็ได้วางแผนการดำสำรวจ โดยเริ่มจากการกำหนดพื้นที่ ใช้เรือยางวิ่งไปยังจุดพิกัดตาม GPS มือถือ และทิ้งตุ้มปูนพร้อมทั้งมีทุ่นหมายบนผิวน้ำ โดยวางแนวทุ่นให้ครอบคลุมกับการสำรวจ ใช้การดำค้นหาแบบวงกลมรอบตุ้มปูนโดยใช้เชือกเป็นรัศมี และให้นักดำน้ำดำออกไปตามแนวเชือกเพื่อมิให้หลุดจากที่หมาย

ที่นี้น้ำลึกประมาณ 45 เมตร เป็นความลึกที่ค่อนข้างท้าทายมากสำหรับการดำด้วยอากาศ (AIR) เนื่องด้วยเวลาใต้น้ำที่จำกัด อีกทั้งต้องหยุดลดความกดด้วย สำหรับนักประดาน้ำของ ทร. ใช้ SCUBA ขวดคู่เจ้าเก่า ส่วนของกรมศิลปากรนั้นใช้แบบวงจรปิดอากาศผสมของ Buddy Inspiration....

....อุปกรณ์ดำน้ำแบบวงจรปิดอากาศผสม มีหลักการทำงานคือ เมื่อเราหายใจออกมาเป็น CO2 เข้าสู่ระบบการฟอกด้วยสารฟอกเรียกว่า Soda Lime เมื่อกาซ CO2 เจอกับสารเคมีก็จะทำปฏิกริยากัน และกลายเป็น O2 ออกมา ในตัวเครื่องดำน้ำจะมีขวดอากาศผสมกับขวด O2 100% อย่างละขวด สำหรับขวดอากาศผสมนั้นสามารถใช้ทั้ง AIR และ Trimix (HeO2) อากาศผสมจะจ่ายเข้าสู่ระบบ โดยมีคอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่าย O2 จากขวด O2 โดยวัดค่า ppO2 ที่ร่างกายต้องจากจากเซนเซอร์จำนวน 3 ตัวที่หัววัด

เมื่อนักดำดำลึกลงไป คอมพิวเตอร์จะควบคุมการจ่าย O2 ให้พอดีกับที่ใช้ โดยแสดงผลทางจอ LCD 2 ชุดที่ติดอยู่กับเครื่อง การใช้ระบบฟอกอากาศมาใช้ใหม่หรือ Rebreather จึงทำให้ประหยัดอากาศที่อัดมาในขวด มีเวลาทำงานได้นานขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดคือการดูแลรักษามีหลายขั้นตอน และมีวัสดุหมดเปลืองเช่น สารฟอก แบตเตอรี และหัวเซนเซอร์ที่มีอายุการใช้งาน ถึงเวลาก็ต้องเปลี่ยน อีกทั้งระบบวงจรปิดอาจเกิดปัญหาได้เสมอ ดังนั้นนักดำจึงต้องหิ้วขวดอากาศแบบ SCUBA ห้อยติดตัวไปด้วยอย่างน้อย 2 ขวด หากเกิดกรณ๊ฉุกเฉินจะได้เปลี่ยนมาใช้ขวดอากาศสำรองแทน

แต่เทียบกับข้อดีคือ สามารถลงได้ลึกกว่า และนานกว่า AIR SCUBA เพราะอากาศมีการสูญเสียไปนอกระบบน้อยกว่า โดยปกติถ้าดำด้วย Inspiration กับ AIR จะเป็นการดำแบบ Nitrox มีขีดจำกัดความลึกที่ 50 ม. หากใช้อากาศผสมฮีเลียม (HeO2) จะสามารถลงได้ถึง 100 ม. หรือมากกว่าได้...
สำหรับรายละเอียดทางเทคนิคของระบบนี้ ผมคงไม่อาจเล่าได้มากเพราะก็พึ่งศึกษาระบบนี้เช่นกัน เอาไว้ในสัปดาห์หน้าจะมาเล่าต่อครับ....

เมื่อเรือยางได้วางแนวทุ่นสำรวจแล้ว นักดำน้ำก็เริ่มดำสำรวจเป็นชุด โดยการค้นหาแบบวงกลม ด้วยน้ำลึกประมาณ 45 เมตร การดำน้ำด้วยอากาศจึงมีข้อจำกัดด้วยเวลา และต้องวางแผนการดำแบบลดความกดด้วย นักประดาน้ำกองทัพเรือใช้ SCUBA ขวดคู่ ส่วนกรมศิลปากรใช้ Close Circuit จึงอยู่ใต้น้ำได้นานกว่า แต่ก็ต้องลดความกดนานมากกว่าเช่นกัน

การสำรวจดำเนินไป 2 ชุด ได้หลักฐานมากบ้างไม่มากนัก เป็นเศษเครื่องถ้วยชามสังคโลก และเศษไหดินเผา คาดว่าเรือที่จมเป็นเรือสินค้าที่เดินทางผ่านเส้นทางหลักผ่านอ่าวไทย ระหว่างภาคตะวันออก (แหลมญวน-จันทบุรี) ไปทางภาคใต้ (ประจวบ-ชุมพร)

เมื่อชุดที่ 2 ขึ้นมาจากน้ำ เรือยางจึงได้ย้ายจุดวางทุ่นที่หมายไปอีกจุดหนึ่งเพื่อสำรวจต่อ แต่เผอิญว่าเกิดการย้ายทุ่นผิด ดันไปย้ายเอาทุ่นที่หมายหลัก GPS ไปเสีย จึงตัดสินใจทิ้งทุ่นบริเวณใกล้เคียงแล้วเริ่มดำสำรวจใหม่...

...หลังจากที่ทุ่นได้ย้ายจากจุดเดิมไป ก็เริ่มดำสำรวจกันใหม่ แต่ด้วยความบังเอิญหรือโชคช่วยก็ไม่ทราบ ที่หมายใหม่ที่ลงนี่เป็นจุดที่อยู่กลางกองซากเรือจมพอดี จากชุดที่สำรวจแล้วขึ้นมาได้เศษเครื่องถ้วยชามที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ อาจมีแตกหักไปบ้าง ทำให้มั่นใจได้ว่า ถ้าดำสำรวจให้ทั่วจุดนี้ก็จะพบอีกหลายชิ้น
คราวนี้ถึงตาผมบ้าง ผมและลูกทีมอีก 3 คน แต่ชุดดำน้ำลงเรือยางไปยังทุ่นที่หมาย เมื่อ Diving Supervisor พร้อมก็สั่งเริ่มดำ

ผมปักหัวดำลงไปตามเชือกทุ่น ความลึกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมทั้งแสงที่มืดสลัวลง 100...120...130...140 ฟุต ตัวผมแทบจมไปในพื้นโคลน พื้นท้องทะเลเป็นโคลนที่ไหลทับทมมาจากปากแม่น้ำประแส จ.ระยอง โคลนฟุ้งกระจายไปทั่ว ผมรู้สึกมึนงงอยู่สักพัก คงเพราะความลึกขนาดนี้ที่เริ่มมีอาการเมาไนโตรเจนบ้าง และทัศนะวิสัยที่จำกัด ผมตั้งสติสักพักก็เริ่มดีขึ้น จึงเริ่มทำงานได้...

...ผมคว้าเชือกค้นหาที่ผูกติดอยุ่ที่ตุ้มปูน ตามแผนคือให้ต่างคนต่างแยกย้ายไปตามเชือกที่แต่ละคนถือไว้ เป็นแนวรัศมีรอบตุ้ม ถ้าเชือกไม่หลุดมือก็ไม่มีทางหลงทุ่น ผมว่ายออกไปจนสุดเชือกแล้วเริ่มค้นหาโดยล้วงมือไปใต้พื้นโคลน ไม่น่าเชื่อว่าทุกตารางนิ้วที่มือผมล้วงลงไปประมาณ 1 ฟุตนั้นเต็มไปด้วยเศษวัตถุโบราณ เครื่องถ้วยชามกระเบื้อง สังคโลก ไหมากมาย ผมค่อย ๆ หยิบขึ้นมาโดยเลือกเอาที่สภาพดีที่สุดเท่าที่ได้ เผอิญว่าไม่ได้เอาถุงตาข่ายติดไปด้วยเลยต้องเอามือถือไว้ ชิ้นสุดท้ายที่ได้คือไหขนาดประมาณ 1 ฟุต มีขี้โคลนเต็ม ต้องเขย่าให้โคลนออกมาก เช็คเวลาแล้วเหลือเวลาอีกประมาณ 3 นาที จึงกลับมาที่ตุ่มเตรียมขึ้น

ผมส่งชิ้นส่วนทั้งหมดให้ลูกทีมซึ่งมีถุงตาข่าย เมื่อทุกคนพร้อมก็เริ่มดำขึ้น พื้นน้ำค่อย ๆ สว่างขึ้นมาตามลำดับ พวกเราหยุดพักลดความกดที่ 10 ฟุต เป็นเวลา 3 นาที (ลืมบอกไปครับ ใช้ตาราง 150ฟุต / 15 นาที) จึงกลับขึ้นมาบนเรือยาง...

เมื่อทุกนายดำสำรวจกันจนครบ จึงเสร็จสิ้นภารกิจการดำน้ำในครั้งนี้ จากการสำรวจได้วัตถุโบราณมาจำนวนหนึ่ง จากข้อสันนิษฐานจากนักโบราณคดีก็สรุปได้คร่าว ๆ ว่า เป็นเครื่องถ้วยชามสังคโลก ศิลปะแบบศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย และไหที่มี 4 หู จากเตาเผาแม่น้ำน้อย จ.สิงห์บุรี คาดว่าบรรทุกมาในเรือสินค้าในสมัยกรุงศรีอยุธยา รับสินค้ามาเพื่อเดินทางไปค้าขายตามหัวเมืองชายทะเล ในบางโอกาสที่มีคลื่นลมแรงทำให้มีเรือจมมากมายในเส้นทางหลักที่เรือวิ่งผ่าน

หัวใจหลักของโบราณคดีใต้น้ำ มิใช่ว่าจะต้องงมไปเจอสมบัติมีค่า หรือเครื่องถ้วยชามสวย ๆ สภาพดี ๆ เสมอไป แต่สิ่งสำคัญยิ่งก็คือ การเก็บหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อมาศึกษาให้เข้าใจในประวัติศาสตร์ชาติ เศษไม้ เศษเครื่องใช้ผุ ๆ สินค้าอื่น ๆ ที่บรรทุกมาในเรือบ่งบอกถึงประวัติการค้าในสมัยโบราณ มาเป็นความรู้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ภูมิใจในชาติไทยเรา

การเดินทางและภารกิจครั้นนี้ได้สำเร็จลงด้วยดี ทั้งการฝึกดำน้ำและการสำรวจทางโบราณคดี ขอขอบคุณผู้มีเกียรติทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความของผม หากมีข้อผิดพลาดประการใดผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ในโอกาสหน้าคงได้พบกันอีกครับ
LT.Suvee
Royal Thai Navy Diver
[ Back to Experience | Return to Sections Index ] Printer Friendly Page Send this article to a Friend

- Page Created in 0.14 Seconds | 12 Queries | 33 Files Loaded: 226.6 Ko | Raw HTML: 27.26 Ko -